Sopa’s Estate Mae Thoei Washed
ระดับการคั่ว: Nordic Filter Roast
เหมาะสำหรับ: Filter
แหล่งปลูก บ.แม่เทย อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่
ความสูง 1,200 – 1,400 Masl
ต้นพันธุ์ Catimor
กลิ่นรส Nectarine, Tangerine, Lemon Zest
(การคั่วสำหรับกาแฟดริปสไตล์นอร์ดิก หรือ Nordic Filter Roast ของเราคั่วอ่อนกว่าระดับ Light Roast เพื่อถ่ายทอดศักยภาพของเมล็ดกาแฟให้ได้มากที่สุด โดยสะท้อนเอกลักษณ์ของแหล่งปลูก สายพันธุ์ กระบวนการแปรรูป และสภาพแวดล้อมที่ส่งผลต่อบุคลิกรสชาติของกาแฟ)
เริ่มต้นในปี 2552 จากความห่วงแหนและความรักในธรรมชาติของอำเภออมก๋อย ซึ่งในอดีตเคยมีอากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี มีเพียงสองฤดู คือฤดูหนาวและฤดูฝน แต่เมื่อเวลาผ่านไป ต้นไม้ที่เคยอุดมสมบูรณ์เริ่มลดน้อยลง และมีการปลูกพืชเชิงเดี่ยวที่ใช้สารเคมีเพิ่มมากขึ้น คุณบงกชษศฎา ไชยพรหม จึงเริ่มมองหาพืชที่สามารถเจริญเติบโตร่วมกับต้นไม้ได้ ช่วยฟื้นฟูระบบนิเวศ และในขณะเดียวกันก็สร้างรายได้ที่มั่นคงให้กับชุมชน ยกระดับคุณภาพชีวิตของชาวบ้านทั้งด้านสุขภาพ การเงิน และการดำรงชีพ
พืชชนิดนั้นก็คือ กาแฟ
สวนกาแฟโสภา หรือ Sopa’s Estate ตั้งอยู่ที่บ้านแม่เทย หมู่บ้านชาวเผ่าม้ง ตำบลแม่ตื่น อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ โดยเริ่มต้นจากการปลูกป่าควบคู่กับการปลูกกาแฟ และรับซื้อผลผลิตจากเกษตรกรในราคาที่ชาวบ้านรู้สึกว่าคุ้มค่าพอที่จะยึดเป็นอาชีพหลักของครอบครัวได้ พร้อมทั้งรวบรวมสมาชิกประมาณ 4–5 ครัวเรือน เดินทางไปตามหมู่บ้านต่าง ๆ เพื่อชักชวนให้ปลูกกาแฟ และรับซื้อผลผลิตทุกเมล็ดในราคาประกัน ซึ่งในขณะนั้นรับซื้อในราคา 25 บาท
หลังจากเริ่มทำกาแฟได้ประมาณสองปี ชาวบ้านในพื้นที่เริ่มนำกาแฟกะลามาจำหน่ายให้กับทางสวน ซึ่งในขณะนั้นกระบวนการแปรรูปหลังการเก็บเกี่ยวยังไม่พัฒนา คุณภาพของกาแฟกะลาจึงยังไม่สมบูรณ์
ทางสวนนำกาแฟไปจำหน่ายให้กับโรงคั่วมดแดงไฟ โดยคุณวรวิทย์ ทักษะอุดม ได้สอบถามว่ากาแฟมาจากที่ใด คุณบงกชษศฎาจึงถามกลับว่า “ตกลงกาแฟดีหรือไม่ดีคะ” เพราะในมุมมองของทางสวน กาแฟยังไม่สะอาดและมีกลิ่นอับชื้น แต่คุณวรวิทย์ให้ความเห็นว่า กาแฟจากแม่เทยมีศักยภาพและมีเอกลักษณ์ หากพัฒนากระบวนการแปรรูปให้ดียิ่งขึ้น จะสามารถแข่งขันกับกาแฟคุณภาพจากต่างประเทศได้
แนวคิดดังกล่าวจึงเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนากาแฟจากบ้านแม่เทย จนสามารถคว้ารางวัลจากหลายเวทีในเวลาต่อมา
ในช่วงปี 2553–2554 สมาคมกาแฟพิเศษไทยเริ่มจัดการประกวดเมล็ดกาแฟ คุณบงกชษศฎารู้สึกยินดีเป็นอย่างมากและส่งเมล็ดกาแฟเข้าร่วมประกวด โดยในช่วงสองปีแรกยังไม่มีการจัดลำดับรางวัล แต่แบ่งเป็นระดับคุณภาพดีและคุณภาพดีที่สุด ซึ่ง Sopa’s Estate ได้รับการประเมินในทั้งสองระดับ
ในปี 2556 การประกวดเริ่มจัดอันดับ Top 10 และ Sopa’s Estate ได้รับอันดับ 2 และอันดับ 3 ของประเทศ ต่อมาในปี 2558 ได้รับอันดับ 1 และอันดับ 3 ในเวทีของสมาคมกาแฟพิเศษไทย และในปี 2565 ได้รับอันดับ 1 และอันดับ 2 ทั้งจากเวทีของสมาคมกาแฟพิเศษไทย และเวทีการประกวดของกรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
ต่อมา Sopa’s Estate ได้รับการคัดเลือกในเวที Cup of Excellence (COE) อย่างต่อเนื่อง ได้แก่
ปี 2567 – Rank 11
ปี 2568 – Rank 22
ปี 2569 – Rank 5 และ Rank 15
หมู่บ้านแม่เทยตั้งอยู่บนความสูงประมาณ 1,200–1,400 เมตรจากระดับน้ำทะเล มีสภาพภูมิอากาศ ภูมิประเทศ และดินที่เหมาะสมต่อการปลูกกาแฟ ส่งผลให้กาแฟจากพื้นที่แห่งนี้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว แตกต่างจากแหล่งปลูกอื่น แม้จะอยู่ในอำเภออมก๋อยเช่นเดียวกัน
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา Sopa’s Estate เริ่มปลูกสายพันธุ์ใหม่ ได้แก่ Geisha, SJ-133, SL-28, Java และ Typica โดยปัจจุบัน Geisha เริ่มให้ผลผลิตแล้ว
ด้านการแปรรูป ทางสวนให้ความสำคัญกับความสดและความสะอาดเป็นอันดับแรก จึงเน้นการแปรรูปแบบคลาสสิกที่สะท้อนลักษณะเฉพาะของแต่ละแหล่งปลูก สำหรับ Washed Process ใช้วิธี Fully Washed พร้อมปรับรายละเอียดของการแปรรูปให้เหมาะกับแนวทางการคั่วและความต้องการของลูกค้า โดยยังคงยึดหลักคุณภาพและความสะอาดในทุกขั้นตอน








