ความเดิมจากตอนที่แล้ว… หากเราชิมกาแฟมามากพอทั้งกาแฟไทยและกาแฟนอกเราจะรู้สึกถึงความแตกต่างข้อดีข้อด้อยของกาแฟแต่ละตัวทั้งในแง่กลิ่นและรสที่สำคัญคือเมื่อเทียบกับราคา กาแฟบางตัวชื่อชั้นดีสายพันธุ์ดีชิมลงไปจะรู้ได้ทันทีว่าแจ่ม ซึ่งบางครั้งก็ไม่เสมอไปบางตัวชื่อเสียงดีมีคนกล่าวถึงพอชิมรสพร้อมกับดมกลิ่นถือว่าใช้ได้แต่พอเทียบกับราคาบางครั้งมีคำตอบในใจเลยว่าไม่ผ่าน หมายความว่าในราคาเท่านี้มีตัวอื่นให้เลือกอีกมากหรือซื้อกาแฟตัวรองแต่รสชาติใกล้เคียงกันแต่ถูกกว่ามาก ทั้งนี้เราหมายรวมถึงกาแฟนอกและกาแฟไทยก็เช่นเดียวกัน
กาแฟกัวเตมาลาโดยทั่วไปจะเป็น wet process ช็อค, บาลานซ์, สะอาด แต่เจ้าตัวนี้มาในแบบ natural process หรือเรียกง่ายๆว่า dry ส่วนกลิ่นรสขอติดไว้ก่อนเรื่องมันยาวค่อยว่ากันต่อ
ฉะนั้นจะเห็นได้ว่าการเลือกกาแฟมาใช้ทั้งในฐานะผู้บริโภค, ร้านกาแฟ, โรงคั่วกาแฟ มีความคล้ายคลึงและแตกต่างซ่อนอยู่ร่วมๆกัน ดังนั้นการตัดสินใจใดๆในการเลือกใช้กาแฟจะต้องมีความเชื่อมั่นเป็นทุนเดิมอยู่ก่อนอันเกิดจากการได้ทดลองและประสบการณ์ ย้อนมาที่กาแฟนอกกันหน่อยสายพันธุ์หลักๆที่นิยมใช้และเห็นกันทั่วไปเเละเป็นที่ยอมนับในระดับ specialty coffee ก็มีอยูหลายพันธุ์เช่น ทิปปิก้า ( typica ) ที่ดังๆและเห็นบ่อยคงหนีไม่พ้นกาแฟ เอธิโอเปีย, เบอร์บอน ( bourbon ), catuai, caturra เป็นต้น ซึ่งมีขายอยู่ทั่วไปในตลาดไม่นับกาแฟที่ราคาแบบประมูลที่แพงมากๆเช่น กาแฟ cup of excellent, กาแฟสายพันธุ์เกอิชา ( gesha ) ซึ่งแพงมากแต่รสชาติไม่เกินเลยจากคำว่า “เทพ” หลายท่านคงเคยลิ้มรสกันมาบ้างแล้ว
ถ้าไม่นับกาแฟประเภท cup of excellent, gesha, เคนย่าไม่น่าเป็นสองรองใคร
แต่หากสังเกตให้ดีกาแฟแบบนี้จะคั่วอ่อนๆไม่เกินคั่วกลางทั้งนั้น เนื่องจากระดับการคั่วดังกล่าวจะแสดงความแตกต่างของกลิ่นและรสชาติที่โดดเด่นอันเนื่องด้วยสายพันธุ์ชัดเจน แต่หากคั่วไปอีกหน่อยคาแรคเตอร์ดังกล่าวจะค่อยลดลงๆและรสขมจะตามมาในบางครั้งอาจทำให้กาแฟดีๆแพงๆบางตัวแทบจะมีรสชาติไม่ต่างกับกาแฟทั่วไปเลย ซึ่งความจริงเป็นเช่นนั้นไหม๊คำตอบคือ…ไม่แน่ เพราะหากวัตถุประสงค์ในการใช้กาแฟคือรสกาแฟต้องมี ( คั่วกลางขึ้นไป ) และเนื้อรสต้องดี อันนี้บางสายพันธุ์ให้ไม่ได้บางสายพันุธ์เด่นเช่นพวกเบอร์บอนคั่วกลางบอดี้ส่วนใหญ่ดีเนื้อสัมผัสเนียนส่วนกลิ่นรสแล้วแต่ตัวกาแฟ
กาแฟกัวเตมาลา นับแต่ชิมกาแฟมาจัดเป็นกาแฟที่ให้โทนหลักเป็นช็อกโกแลตโดยตรงแม้นจะมีโทนอื่นบ้างแต่รวมๆช็อคยังคงเด่นเป็นหลัก จึงจัดเป็นกาแฟที่ทานได้ทั่วโลก
กาแฟไทยส่วนใหญ่สายพันธุ์หลักเป็น คาติมอร์ ( catimor ) กลิ่นรสไปทางช็อค, สมุนไพร, ถั่วนิดมะนาวหน่อย ประมาณนี้ ส่วนบอดี้จะไม่ค่อยมีเท่าไหร่ ดังนั้นเราจะเห็นว่ากาแฟมีความหลายหลากมากเพียงแต่เมืองไทยมีข้อจำกัดด้านภาษีนำเข้าที่สูงมากถึง 90% ทำให้กาแฟสายพันธุ์อื่นๆเข้ามาในไทยได้จำกัดและราคาค่อนข้างสูง ยกเว้นเพื่อนบ้านเราที่มีกาแฟจำนวนมากและไม่มีปัญหาด้านภาษีจึงเข้ามาอยู่ในตลาดกาแฟไทยค่อนข้างมากทั้งลาวเเละเวียดนามส่วนพม่าน่าจะยังไม่มาก หากท่านทานกาแฟตามร้านทั่วไปน่าจะได้ลิ้มรสกาแฟเพื่อนบ้านไม่มากก็น้อยเพียงแต่ท่านอาจจะไม่ทราบเท่านั้นเอง





กาแฟโคลัมเบีย ( Colombia ) เป็นกาแฟที่นิยมดื่มกันทั่วโลกและมีความหลากหลายอยู่มาก เนื่องจากมีเกษตรผู้ปลูกรายย่อยๆเยอะมาก ฉะนั้นกาแฟโคลัมเบียจึงมีทั้งกาแฟธรรมดาไปจนถึงกาแฟชั้นยอด


ส่วนที่ให้ความหวานความมันทั้งนมข้นหวานเอยข้นจืดเอยที่บรรจงใส่ลงในกาแฟเย็นรวมไปถึงบางร้านก็ใส่คอฟฟี่เมตด้วย

































กาแฟเอธิโอเปียเยอกาเชพ จัดเป็นกาแฟนอกที่ดีมีขายทั่วไปในร้านกาแฟดีๆหลายร้านกลิ่นนี้ไม่ต้องห่วง หากคั่วอ่อนๆถึงกลางๆหอมอย่าบอกใครเชียว
กาแฟโคลัมเบียตัวนี้ผมกับดมลงความเห็นว่ามันช็อคฟรุ๊ตที่ดีมากๆ เคยยิงกาแฟไปทานบนรถแม่ขึ้นรถมาด้วย ถามว่ากาแฟอะไรทำไมมันหอมมากขนาดนี้
กาแฟกะลาก็เปรียบเสมือนข้าวเปลือกเวลาจะนำไปใสีเปลือกออกแล้วก็กลายมาเป็น ” กาแฟสาร “
เมล็ดกาแฟแม่สายเชียงรายผมกับดมและเปิ้ลเห็นแล้วถึงกับร้องโอ่โห มันอะไรจะเป๊ะขนาดนี้
กาแฟลูกสวนก็เป็นอีกปีที่ไม่ทำให้ผิดหวัง
ความชื่นของกาแฟควรอยู่ในระดับที่เหมาะที่ไม่เกิน 12.5%





