Author Archives: admin

เรียนชงกาแฟฟรีกับมิสเตอร์ลี..2

คราวที่แล้วว่าถึงวิธีการชงพื้นฐานซึ่งสำคัญมากจะละเลยจุดใดจุดหนึ่งคงมิได้ กาแฟที่เราทานหากมองถึงเฉพาะตัวเอสเพรสโซ่แล้ว ในถ้วยใบเล็กๆซึ่งมีน้ำกาแฟอยู่แค่ 1-1.5 oz. เท่านั้นเอง คำว่าน้ำกาแฟย่อมมีความหมายง่ายๆคือมีน้ำกับกาแฟ ฉะนั้นหากขั้นตอนการชงสมบูรณ์ไม่มีปัญหา เหตุผลใดที่จะทำให้กาแฟอร่อยจะเป็นอื่นไปไม่ได้นอกจากน้ำที่สะอาดเหมาะสมและกาแฟที่ดีๆ เราจะมาพูดถึงคำว่ากาแฟดีๆกันซักหน่อย กาแฟแต่ละสายพันธุ์,แต่ละเบลนด์,แต่ละระดับการคั่ว,นำมาซึ่งรสชาติที่แตกต่างกันแล้วแต่ความชอบความเหมาะสมของแต่ละท่านหรือแล้วแต่กลุ่มลูกค้าหลักแต่ละร้านหรือรวมไปถึงคาร์แรคเตอร์ของร้านด้วย ถึงที่สุดเจ้าของร้านหรือผู้ดื่มจะต้องมองหากาแฟในสไตล์ของตัวเองว่าชอบแบบใด ยกตัวอย่างกลิ่นรสแบบไทยๆ เข้ม,หอม,รสเต็ม หากเป็นแบบอินดี้หน่อย รสขมหวาน กลิ่นผลไม้ อมเปรี้ยวเล็กน้อย สุดแล้วแต่ ขอให้ท่านเป็นคนเลือกเองแต่กาแฟจะให้ได้รสชาติที่สมบูรณ์ดังกล่าวมีองค์ประกอบอื่นอีกหลายส่วนมาเริ่มกันเลย

กาแฟกรุ่นในลำคอ2
1 เลือกซื้อกาแฟที่คั่วใหม่ๆเสมอและอยู่ในแพคเกจจิ้งที่เหมาะสมต่อการเก็บรักษาคุณภาพของกาแฟ เช่นถุงฟอยด์ที่ติดวันเวย์วาวล์ป้องกันอากาศเข้าไปทำปฏิกิริยากับกาแฟจะทำให้คุณภาพกาแฟดรอบลงอย่างรวดเร็ว หากกาแฟคั่วกลางคำแนะนำจากผู้รู้ทั้งไทยทั้งเทศควรใช้ภายใน 1 เดือนนับจากวันคั่ว,หากคั่วกลางไปทางเข้มควรใช้ให้หมดภายใน 2 อาทิตย์นับตั้งแต่วันคั่ว(อยู่ในซองที่มีวาวล์ติดและเป็นเมล็ดกาแฟคั่วที่ยังไม่บด)

IMG_9256วันเวย์วาวล์จะช่วยให้กาแฟ degas และป้องกันอากาศเข้าไปทำปฏิกิริยากับกาแฟ

2 การบดกาแฟในการใช้กาแฟไม่ว่าการชงแบบใดก็ตามจะทำการบดเมล็ดกาแฟก็ต่อเมื่อต้องการใช้จริงๆเท่านั้นจะต้องไม่บดกาแฟทิ้งไว้โดยเด็ดขาดยกเว้นว่ามีลูกค้าสั่งอยู่แล้วก็บดต่อได้เลย

_MG_0441
3 ตรวจสอบกาแฟคั่วที่ได้มาว่าสดใหม่จริงหรือไม่เพียงแค่ตัดซองบรรจุกาแฟออกมาแล้วดมไปที่ปากถุงหากมีกลิ่นฟุ้งหอมอบอวลเป็นอันใช้ได้ แต่ถ้าไม่มีกลิ่นตอนเปิดถุงมีความเป็นไปได้ว่ากาแฟคายตัวไปมากแล้วหรือพวกผมใช้คำว่านานเกินไปเวลาชงกาแฟจะไม่หอมเพราะไม่มีแรงส่งจาก aromatic ภายในตัวเมล็ดกาแฟจุดที่สังเกตได้อีกชั้นหนึ่งนั้นคือเวลาบดกาแฟในเครื่องบดหากเป็นกาแฟที่คั่วใหม่ๆสดๆกลิ่นจะหอมมากแต่หากบดแล้วไม่มีกลิ่นก็น่าจะเนื่องจากกาแฟ degas ไปมากแล้ว

IMG_9263กาแฟใหม่ๆเวลาตัดถุงกลิ่นจะฟุ้งออกมา

4 กาแฟที่คั่วที่เก่าหรือหมดสภาพจะสังเกตได้ง่ายโดยดูที่ shot กาแฟที่ไหลหากมองไปที่กาแฟที่ไหลจากก้านชงจะสังเกตได้ว่ากาแฟจะไหลเป็นน้ำสีดำๆเร็วๆเส็นเล็กๆไม่ค่อยมีกลิ่น(ตวงกาแฟเต็มและกดตาม shot ปกติ) มีเสียงการไหลที่ดังเหมือนการกรอกน้ำ หันมาดู shot ที่ดีอันเกิดจากกาแฟคั่วสดบดใหม่ (ตวงกาแฟเต็มและกดตาม shot ปกติ) กาแฟจะไหลหนืดๆสีทองปนน้ำตาลมีครีมาผสมมาด้วยเส็นจะอวบๆ ตกลงก้นแก้วจะเสียงนุ่มหรือไม่ค่อยมีเสียงเนื่องจากมีฟองครีมาประคองไว้

ร้านกาแฟ1กาแฟคั่วมาใหม่บดใหม่ๆเวลายิงช๊อทจะไหลหนืดเส้นสีน้ำตาลทองของครีมา

IMG_9264หากกาแฟที่เก่าเก็บหรือคั่วมานานหรือปล่อยให้ถูกอากาศช๊อทกาแฟจะไหลเป็นน้ำสีดำมีครีม่าน้อยและไหลเร็วๆ

5 ปริมาตรกาแฟที่ปรากฏหากเป็นกาแฟเก่าหรือกาแฟหมดสภาพปริมาตรรวมครีม่าจะไม่มากส่วนกาแฟที่สมบูรณ์ยิงออกมาใหม่จะมีน้ำกาแฟรวมครีม่าที่มากกว่าเวลาดมกลิ่นกาแฟจะหอมฟุ้งขึ้นมาเลย

IMG_9266
ด้านบนเป็นกาแฟเก่าจะไม่ค่อยมีครีม่าและไม่มีกลิ่นหอมฟุ้งส่วนกาแฟคั่วสดบดใหม่ปริมาณช๊อทรวมครีม่าจะมากกว่าพอสมควร
โดยสรุปเกี่ยวกับตัวกาแฟคือเลือกกาแฟคั่วใหม่ๆใช้ให้หมดภายในไม่เกิน 15-30 วันหากจะกล่าวถึงการเลือกกาแฟคั่วอ่อนกลางเข้มกาแฟเบลนด์พิเศษกาแฟไทยหรือกาแฟนอกอันนี้่กับลูกค้าและความชอบสไตล์สูตรนมและที่สำคัญคือต้นทุนราคากาแฟที่เหมาะสมกับแต่ละร้าน ซึ่งนับว่าน่าสนใจไม่น้อยร้านค้าหรือผู้ที่มีความสนใจแนะนำควรซื้อมาชิมมาทดลองดูหลายๆตัวครับนะครับว่าถูกชะตาหรือพอจะเป็นคู่บารมีได้ไหม๊ กาแฟที่สั่งมีความสม่ำเสมอในแง่รสชาติและปริมาณมากพอหรือไม่ ขอให้โชคดีนะครับ

 

เรียนชงกาแฟฟรีกับมิสเตอร์ลี

ทุกครั้งที่เราทานกาแฟแล้วเกิดความประทับใจบ้างไม่ประทับใจบ้างสุดแล้วแต่มันย่อมมีเหตุผลในตัวของมันเองดังคำกล่าวที่มีมานานแล้วว่า “ไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้นมาลอยลอย” หรืออีกความหมาย “สิ่งทั้งหลายทั้งมวลไหลมาแต่เหตุ” ในแง่ของการชงกาแฟแล้วเห็นเห็นอยู่แค่เนี๊ยะ…ไม่น่าจะมีอะไรมากซึ่งก็อาจจะจริงและไม่จริงก็ได้ เอาเป็นว่าเราแบ่งบันกันดีกว่า ในบางครั้งที่ผมอยู่ร้านมิสเตอร์ลีแล้วมีลูกค้าทั้งซื้อกาแฟทานรวมไปถึงสั่งซื้อเมล็ดกาแฟคั่วไปใช้แล้วถามผมว่าชงอย่างไรให้เหมือนมิสเตอร์ลี ซึ่งในเรื่องการชงนั้นผมไม่มีความลับอะไรเพียงแต่การทำความเข้าใจในระยะเวลาอันสั้นนั้นไม่ใช่สิ่งที่ทำได้โดยง่าย สิ่งที่ผมบอกกับทุกคนที่ง่ายๆสั้นที่สุดคือ ยิงกาแฟให้มันไหลหนืดๆช้าๆเข้าไว้
ในที่นี้จะพูดถึงการชงในรูปแบบที่มิสเตอร์ลีใช้มาตั้งแต่ต้นและใช้อยู่ทุกวันนี้ซึ่งแบ่งเป็น 2 ส่วน
1 วัตถุดิบ ซึ่งในที่นี้ย่อมหมายถึงกาแฟ RAINBOW RUNNER ที่ใช้เป็นกาแฟหลักประจำร้านมิสเตอร์ลี สิ่งหนึ่งที่มักไม่ค่อยพูดถึงกันและใช้มากพอๆกันกับกาแฟคือ น้ำ
2 วิธีการชง เราขอพูดถึงการชงแบบเอสเพรสโซ่เท่านั้นเพราะเป็นวิธีการชงในร้านกาแฟทั่วไป
วันนี้ขอพูดถึงข้อ 2 วิธีการชงก่อนแล้วกันเพราะหากมีประโยชน์สามารถนำไปใช้ได้เลยส่วนเรื่องวัตถุดิบ เช่นเรื่องการเลือกใช้กาแฟอย่างไรมันละเอียดอ่อนอยู่พอสมควร และเรื่องของน้ำมันมีตัวแปรหลายอย่างประกอบกัน
ขั้นตอนการชงเอสเพรสโซของมิสเตอร์ลี
1. เปิดเครื่องบดกาแฟก่อนบดกาแฟเท่าที่ใช้แก้วต่อแก้วกาแฟจะสดใหม่อยู่เสมอ
2. ตวงกาแฟให้เต็มก้านชง (Portafilter) มีลักษณะเป็นภูเขาเล็กๆไม่เป็นโพรงด้านใน
-Double shot ตวงเต็มแล้วปาดให้ตรงและเรียบ
-Single shot ตวงให้เต็มปาดให้ตรงแล้วใช้ส่วนโค้งของฝาคว้านอีกหนึ่งครั้ง
(ยกเว้นเครื่องบดแบบ Grind on demand ตั้งปริมาณการบด)
3. แพ็คกาแฟ (tamping) Double shot ออกแรงกดนิดเดียวหรือแค่กดให้กาแฟเสมอกัน Single shot ออกแรงกดมากหน่อยประมาณ 1.5 เท่าของ Double shot (ขึ้นอยู่กับความละเอียดกาแฟที่ตั้งไว้)
4. กดน้ำล้างหัวชง ลดความร้อนไปในตัว ใส่ก้านชงมุมประมาณ 45 องศา
5. กดปุ่มปล่อยน้ำพร้อมทั้งกดปุ่มจับเวลา 20-30 วินาที หากเป็นกาแฟเย็นควรจะ 25-30วินาที
6. ดูการไหลของ shot กาแฟจะหนืดๆเหมือนสายน้ำผึ้งหรือหางหนู มีเครม่าสีทองๆชัดเจนกลิ่นจะฟุ้งๆ เป็นอันใช้ได้

การตวงกาแฟ

IMG_8199

ความละเอียดกาแฟ

การกดกาแฟ

IMG_8200
จับเวลากาแฟ

_MG_0458อันนี้สำคัญมากๆอย่าลืมนะครับ 20-30วินาที,ถ้าเป็นเย็นขอสัก 27-30วินาที กำลังดี

ร้านกาแฟ1
_MG_0461

coffee training2

กาแฟเย็น มิสเตอร์ลี

นี่คือทั้งหมดที่มิสเตอร์ลีใช้ในการชงกาแฟในร้านมิสเตอร์ลีไม่มีความลับใดๆมีแต่การฝึกฝนจนชำนาญและเทคนิคแต่ละคน แต่สิ่งหนึ่งที่ผมมักจะพูดย้ำอยู่เสมอคือการจับเวลา สำคัญมากๆเพราะมันเป็นเครื่องมือที่ใช้ยืนยันความสมบูรณ์ของ shot ที่ประจักษ์ต่อหน้าต่อตาเรา ไม่ใช่การมอง shot ด้วยตาเปล่าแล้วอาศัยการดึงความทรงจำมาเป็นตัวเทียบวัดซึ่งอาจจะคลาดเคลื่อนได้โดยไม่รู้ตัว คราวหน้าจะพูดเรื่องเมล็ดกาแฟคั่วที่เหมาะสมในมุมมองของมิสเตอร์ลี ซึ่งมันมีความสัมพันธ์กับการชงด้วยเช่นกัน

สับปะรด cupping

หลังจากดมกลับจากอิตาลีก็ได้พูดคุยกันเกี่ยวกับเรื่องกาแฟของอิตาลีพอสมควรแต่ที่นั้นหากจะทานเครื่องดื่มอิตาลีไม่ทานกาแฟเย็นเค้าจะดื่มน้ำส้มคั้นสดแต่หากเป็นของเย็นๆ ก็เป็นเจ้านี่เลย ไอศกรีม และดมก็ได้ไอเดียใหม่ๆจากไอศกรีมที่อิตาลีมา ซึ่งครั้งที่แล้วก็ได้ทำการ cupping แครอทเพื่อทำไอศครีมหนหนึ่ง มาวันนี้หลินคนเก่งของเรานำไอศครีมตัวอย่างมาให้เราชิมตัวไอศครีมมีสีเหลืองอ่อนเป็นแบบซอร์เบทชิมไปคำแรกใช่เลย  มันคือไอศครีมสับปะรดซึ่งทานลงไปแล้วไม่ต้องแปลกลิ่นหอมรสเปรี้ยวกำลังดีแต่ที่น่าสนใจคือรสลึกมากซึ่งเป็นคุณสมบัติที่ดีและจำเป็นในการทำไอศครีมให้อร่อยชุ่มฉ่ำซึ่งก็เป็นสิ่งเดียวกันกับการหากาแฟของมิสเตอร์ลี

_MG_9383

เราเน้นการหาวัตถุดิบที่จะมาทำไอศครีมหรือเมล็ดกาแฟคั่วจะต้องมีกลิ่นรสที่ลึกเต็มขึ้นอยู่กับวัตถุดิบประเภทนั้นเองนำมาทดลองเพื่อหาตำแหน่งส่วนผสมที่ลงตัวที่สุด มาว่ากันที่สับปะรดที่ได้มา cupping วันนี้มี 3 ตัวจากถ้วยแรกซ้ายมือของผู้อ่านมีสีเหลืองอ่อนตัวกลางสีเหมือนน้ำมะนาวอมเหลืองอ่อนตัวสุดท้ายมีสีเหลืองสดสวยงามน่าตาดี

_MG_9386

ดมกับผมก็แยกกันคนละชุดชิมไปหลายรอบแตละตัวมีเด่นมีด้อยในตัวมันเอง ผมขอไล่เรียงอย่างง่ายๆตามนี้
1 ภูแล กลิ่นรส: ไม่เปรี้ยว บอดี้ปานกลาง ออกรสสั้น
2 ตราดสีทอง กลิ่นรส: กลิ่นไม่ค่อยมี รสออกเปรี้ยวฝาดนิดๆ บอดี้ปานกลาง ออกรสยาวแต่ช่วงกลางรสหาย
3 หอมสุวรรณ กลิ่นรส: สัปะรดมีกลิ่นหอม บอดี้ดีสีสวย รสดีแต่สั้น_MG_9387

ที่ cupping มาทั้งสามตัวต้องบอกว่าเป็นการออกรสเฉพาะลูกนั้นๆ โดยรวมอาจดีหรือด้อยกว่านี้ก็ได้แต่เรานำมาพิจารณาเมื่อนำมาทำซอร์เบทแล้วจากประสบการณ์ตัวไหนน่าสนใจกว่ากันทั้งในแง่กลิ่นและมิติการออกรส โดยหลักง่ายๆของการทำไอศครีมซอร์เบทสไตล์มิสตอร์ลีก็คือชิมซอร์เบทตัวไหนรสชาติและกลิ่นก็เป็นตัวนั้นไม่ต้องแปล หมายความถึงเช่นทานไอศครีมเสารสก็เหมือนทานน้ำเสาวรส,ทานไอศครีมมะขามก็เป็นมะขามไม่ต้องนึกนาน

_MG_9392
ในบางครั้งเราทานไอศครีมผลไม้บางอย่างเราก็คาดหมายถึงรสชาติที่ละม้ายคล้ายคลึงกับวัตถุดิบตั้งต้นแต่กลับเป็นไอศครีมที่ปรุงแต่งรสปรุงแต่งกลิ่นต่างไปจากเดิมมากจนไม่แน่ใจว่าควรเรียกชื่ออย่างนั้นหรือไม่ สับปะรดนับว่าเป็นผลไม้ที่คุ้นเคยกับคนไทยมาช้านานและนำมาแปรรูปเป็นไอศครีมซอร์เบทที่ยังคงรสชาติดั้งเดิมไว้มากที่สุดจึงนับว่าน่าสนใจเป็นอย่างมาก ย้อนมาที่กาแฟนิดหน่อยในบางครั้งหากเราทานกาแฟที่แต่งรสแต่งกลิ่นมากไปทำให้เราไม่สามรถรับรสรับกลิ่นที่ไม่เหมือนเครื่องดื่มใดๆในโลกของกาแฟไปอย่างน่าเสียดาย

กาแฟกับน้ำเต้าหู้

เครื่องดื่มอย่างหนึ่งที่อยู่คู่กับคนไทยมาช้านานและมีประโยชน์ในแง่โภชนาการอยู่มากทานได้ทุกเพศทุกวัยปรุงแต่งให้มีความน่ารับประทานได้อีกต่างหากเครื่องดื่มที่ว่าก็คือน้ำเต้าหู้หรือนมถั่วเหลืองนั่นเอง ทุกท่านคงมีร้านน้ำเต้าหู้ที่ทานเป็นประจำอาจเพราะชอบบุคลิกและรสชาติเป็นการส่วนตัวหรือร้านนี้อยู่หน้าปากซอยบ้านรสชาติพอทานได้หรือร้านนี้เวลาทานลงไปแล้วเหมือนกับว่าใส่อะไรลงไปที่ไม่น่าจะใช่ถั่วเหลืองล้วนๆเช่นนมผงหรือเจี๊ยะกอจะด้วยวัตถุประสงค์อะไรก็แล้วแต่

_MG_9340

เวลาเราทานหากจับความรู้สึกดีๆเราจะรู้ได้เองว่าไม่น่าจะเป็นถั่วเหลืองเพียงอย่างเดียว ฟังดูแล้วมันคล้ายกับการดื่มกาแฟถ้วยโปรดซักถ้วยไหม๊ครับ ผมเองก็เป็นแฟนประจำน้ำเต้าหู้กับเค้าด้วยแต่ยังไม่ค่อยประทับใจกับร้านใดร้านหนึ่งมากนักแต่ต้องให้ความเป็นธรรมกับถั่วเหลืองซึ่งเป็นวัตถุดิบตั้งต้นด้วยเพราะบุคลิกในแง่กลิ่นรสของเค้ามีอิมแพคต่อการรับรสไม่เด่นมากนักหมายความว่ารสก็ไม่มากกลิ่นก็ไม่ค่อยมี

_MG_9343

หากเราเคยทานน้ำเต้าหูบางร้านเวลาทานลงไปมันจะใสๆไม่มีเนื้อ(ถั่วเหลืองน้อย)แต่มีกลิ่นรสบางอย่างสร้างอิมแพคกระทบที่ลิ้นสิ่งนั้นก็คือกลิ่นควันไหม้จากการต้มไฟแรงเกินไปหรือตามสูตรตามบุคลิกของร้านนั้นๆ ลองหลับตานึกถึงใส้กรอกรมควันเวลาทานเราจะรับรสรับกลิ่นควันแทบจะทันทีซึ่งบางท่านก็ชอบบางท่านก็ไม่ ในที่นี้ผมขอไม่รวมไปถึงเครื่องอย่างอื่นเช่น สาคู,ลูกเดือย,ถั่วแดง ฯลฯ การออกรสของน้ำเต้าหู้ย่อมขึ้นกับตัวสายพันธุ์และแหล่งปลูก คุ้นไหม๊? รวมถึงวิธีการทำปริมาณสัดส่วนถั่วเหลืองที่ใช้ต่อสัดส่วนของน้ำ ซึ่งส่งผลต่อน้ำเต้าหู้บางร้านน้ำเต้าหู้สะอาดมากดื่มแล้วไม่ติดลิ้นติดคอแต่เป็นน้ำเต้าหู้ใสๆถั่วเหลืองน้อยบางร้านน้ำเต้าหู้สะอาดไม่มีกลิ่นควันแถมน้ำเต้าหู้ออกรสเต็มอันเนื่องจากสัดส่วนถั่วเหลืองมี่เพิ่มขึ้น

_MG_9350

แฟนของดมชอบน้ำเต้าหู้ที่ออกกลิ่นควันนิดๆ คล้ายกันกับกาแฟบางท่านไม่ชอบกลิ่นควันและกาแฟขมไหม้ซึ่งพบเจอได้บ่อยๆ

_MG_9352

บางท่านชอบขมไหม้นิดๆจะได้อิมแพคของกาแฟขมในช่องปากหรือทำกาแฟเย็นรสจัดๆ ซึ่งเป็นธรรมดาของความชอบที่หลากหลายจนบางครั้งผมจำคำพูดเพื่อนผมสมัยเรียนมันพูดว่ารสนิยมไม่มีสูงต่ำ ผมจำได้แม่นและก็ทบทวนคำนี้หลายรอบนับสิบปีเพราะในบางมุมมันไม่น่าจะใช่เช่นการแต่งกายทรงผมบางครั้งมันบ่งบอกรสนิยม(ตามความคิดของเรา)แต่นั้นเป็นการมองภายใต้ความคิดความทรงจำวัฒนธรรมความเป็นอยู่ ครอบครัวกาลเทศะและการมองแบบนี้ใช้ได้กับมนุษย์อย่างเราๆเท่านั้น ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าเรียนรู้อย่างมากทั้งในแง่การทำงานการดำรงชีวิตการพัฒนาความคิดซึ่งนำไปสู่การเข้าใจความคิดความต้องการของคน หากมองในแง่การผลิตสินค้าหมายถึงการเข้าใจความต้องการของผู้คนที่หลากหลายและวัฒนธรรมความเป็นอยู่ของท้องถิ่นนั้นนับว่าเป็นสิ่งที่น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว สรุปมันเกี่ยวอะไรกับกาแฟน้ำเต้าหู้มั้ยเนี่ย?

แครอท คัปปิ้ง

มิสเตอร์สีถือกำเนิดขึ้นเมื่อปี 2547 ในตอนนั้นสินค้าที่ดมเริ่มทำครั้งแรกคือไอศครีมโฮมเมด ซึ่งในตอนนั้นจำได้ว่ามีประมาณ 10 รสชาติแต่ที่จำได้แม่นและเป็นหมายเลข 1 ตลอดกาลคือมะพร้าวน้ำหอมรองมาก็แมคคาเดเมีย,มอคค่าแอลมอล,ชาเขียว,เสารส และอื่นๆทั้งที่เป็นไอศกรีมนมและที่เป็นซอร์เบท จนถึงทุกวันนี้น่าจะเกือบ 40 รสชาติซึ่งกว่าจะได้มาต้องผ่านการทดสอบแล้วทดสอบเล่าเพื่อให้ได้ไอศครีมออกมาดีที่สุดเท่าที่ความสามารถจะทำได้ และนอกจากตำราทฎษฎีต่างๆสิ่งหนึ่งที่หนีไม่พ้นในการทำอาหารเครื่องดื่มคือการชิม ซึ่งทักษะบางอย่างจำเป็นอย่างยิ่งในการเลือกวัตถุดิบและการมองให้เห็นถึงคุณสมบัติที่เหมาะสมในการทำไอศครีม

_MG_9326

ดังนั้นการชิมเพื่อหามิติแห่งรสและกลิ่นจึงสำคัญเป็นอย่างมากเฉกเช่นเดียวกันกับการ cupping หาบุคลิกของกาแฟแต่ละตัวเพื่อค้นหาสิ่งที่มีสิ่งที่เป็นของกาแฟข้อดีข้อด้อยให้ชัดเจนเพื่อประกอบการตัดสินในการเลือกใส่กาแฟลงในเบลนด์หรือการเลือกวัตถุดิบตั้งต้นลงในไอศครีม

_MG_9327

_MG_9324

วันนี้ได้ตัวอย่างวัตถุดิบมา cupping ซึ่งคุ้นเคยกันดีกับชื่อเสียงเรียงนาม แครอทคือวัตถุดิบที่จะนำมา cupping เพื่อทดสอบกลิ่นรสว่าเป็นอย่างไร แครอทวันนี้มีสองตัวโดยเลือกตามแหล่งปลูกคือแครอทจีนและแครอทนิวซีแลนด์ทำการปั่นแล้วนำมา cupping โดยไม่ทราบว่าเป็นตัวใด เราเทสกันสองคนดมกับผม ตัวแรกชิมลงไปกลิ่นรสแครอทค่อนข้างสมูทสัมผัสรสดีเป็นครีมแครอทยาวแต่ไม่ลึก ถัดมาอีกตัวกลิ่นรสออกไปทางน้ำผลไม้ให้ความรู้สึกลึกยาวมีมิติซึ่งมีความจำเป็นมากในการทำไอศครีมให้รสดีมีมิติที่ลึก aftertaste ออกส้มนิดๆ

_MG_9329

ตัวแรกคือแครอทจีนตัวที่สองคือแครอทนิวซีแลนด์ ซึ่งหากจะให้ตั้งสมมุติฐานก็คงไม่พ้นสองเรื่องดั้งเดิมคือ สายพันธุ์กับแหล่งปลูกซึ่งคล้ายกันกับกาแฟ หากต้องเลือกกาแฟสักตัวคงเลือกกาแฟที่มีมิติที่ลึกทั้งในแง่รสและกลิ่น ถัดมาไม่กี่วันดมทำ cupping กาแฟ 3 ตัวผมเองก็ไม่รู้ว่าเป็นอะไร พอ cupping แล้วก็บอกดมว่ากาแฟตัวหนึ่งออกอาการเฟส (กลิ่นเก่าๆ) อีกสองตัวสะอาดรสชาติใช้ได้ตัวหนึ่งช็อคมีผลไม้บางๆรสเต็มตัวหนึ่งช็อคสวีทคาราเมลรสเต็มดีเมื่อมาถึงตัวสุดท้ายผมบอกดมว่าตัวนี้เฟส แต่หากตัดเรื่องกลิ่นเก่าออกไปเน้นไปที่การออกรสและมิติผมบอกดมว่าตัวนี้กาแฟมีมิติกว่ามากออกรสดีสมูทมีรายละเอียดที่ดีกว่า ดมยิ้มแล้วบอกให้ผมเปิดดูว่ากาแฟ 3 ตัวเป็นอะไรบ้างสองตัวแรกเป็นอราบิก้าไทยที่เราเลือกมาใช้ ตัวสุดท้ายเปิดออกมาดูเขียนตัว R เป็นกาแฟตัวอย่าง(เก่าไปหน่อย)ที่มีนามว่า รวันดา (RWANDA) ซึ่งเป็นกาแฟทางแอฟาริกาสายพันธุ์ Bourbon คำตอบจึงมีอยู่ในตัวเอง

กาแฟที่อิตาลี ตอนที่1

ดมส่ง handy drive มาให้บอกรูปถ่ายกาแฟเอสเพรสโซ่ที่อิตาลีอยู่ในนี้รับมาแล้วถามดมว่าใช้กล้องอะไรถ่าย ดมตอบกลับมาว่าใช้ Samsung S4 ถ่ายทั้งหมด Auto ล้วนๆกดอย่างเดียว ผมจะไม่ขอกล่าวถึงสถานที่เพราะไม่ได้ไปด้วยเอาเป็นว่าเอารูปกาแฟต้นแบบอย่างอิตาลีมาฝากก็แล้วกัน

20140507_181255

20140508_105409

20140508_105617

20140508_114955มันมีบรรยากาศที่ดีวิวสวยเลยนำมาฝากหากมีแต่กาแฟ เดี๋ยวจะนอนไม่หลับ

20140508_163220

20140508_164158บรรยายกาศการดื่่มกาแฟ ยืนอย่างเดียวเอสเพรสโซ่เกือบทั้งหมดใช้เวลาไม่เกิน 40 วินาทีต่อคน

20140508_163531เอสเพรสโซ่แบบซิงเกิ้ลช๊อท น่ากินไม่น้อย

20140508_164632กาแฟที่ใช้ของ KIMBO แต่ไม่ได้มีขายปลีกในร้านที่ดมไปเสียดาย

20140509_105228

20140509_105325คุ้นกันไหม๊กับกาแฟยี่ห้อนี้

20140509_173132

20140510_074046อีกหนึ่งบรรยากาศ

20140510_103040

20140510_110403

20140510_110417เห็นวิวสวยดีเลยนำมาฝาก ถ่ายด้วย SS S4 ต่อไปคงไม่ค่อยเห็นคนถือกล้องแล้วยกเว้นมืออาชีพ

20140510_121401เครื่องยี่ห้อนี้เมืองไทยเยอะมาก

20140510_121533สตรีมนมอยู่   เครื่องชงส่วนใหญ่ในร้านจำพวกนี้จะ 3 หัวชงขึ้นไป

20140510_121909กาแฟของร้านด้านบน ครีม่า tiger skin

20140510_122711

20140510_122727อิตาลีไม่ทานกาแฟเย็นถ้าของเย็นเจ้านี่เลย ไอศครีมเจลลาโต นับว่ามาถูกที่จริงๆดมเริ่มทำมิสเตอร์ลีครั้งแรกเมื่อ 10 ปีที่แล้วโดยเริ่มจากไอศครีมโฮมเมดถ้าถามว่าลูกค้าโดยทั่วไปที่เข้ามิสเตอร์ลีครึ่งหนึ่งเข้าไปทานไอศครีมซึ่งมิสเตอร์ลีเองมีเกือบ 40 รสชาติวันหน้าวันหลังจะพาทัวร์ไอศครีมกัน

20140510_122901

20140510_123001
เอสเพรสโซ่ที่อิตาลีจะโรยด้วยน้ำตาลด้านบนดมบอกว่าพอใส่น้ำตาลลงในเอสเพรสโซ่ เอสเพรสโซ่ที่ว่าขมๆหนักทานไม่ไหว สิ่งที่ได้ออกมาคือ พอดีจริงๆ หรือนี่ที่เค้าเรียกกันว่ากาแฟเอสเพรสโซ่ต้อง bittersweet โดยกาแฟเอสเพรสโซ่ออกรสดาร์กช๊อคโกแลตถั่วนิดๆ รวมกับน้ำตาลพอดีเลย แต่หากจะทำเอสเพรสโซ่ที่ bittersweet โดยธรรมชาติอาจจะต้องเลือกกาแฟสายพันธุ์ชั้นดีที่ให้ ช๊อคสวีทแถมด้วยacidityที่ไม่สูง หากเป็นของไทยออกจะยากซักนิดเนื่องจากกาแฟสายพันธุ๋ของเราหาสวีทยากมากแต่acidityหาไม่ยากเลยและหากคั่วเพื่อไห้ acidity หมดกาแฟอาจจะติดไหม้แถมบอดี้ไม่ค่อยมี แต่ที่อิตาลีดมบอกว่ากาแฟเค้านี่บอดี้ดีรสขมช๊อคถั่วacidityไม่มีแต่ ”ไม่มีกลิ่นไหม้เลย” คราวหน้ามาเพิ่มเติมกันใหม่พร้อมด้วยรูปจากกล้องมือถือเหมือนเดิม

กาแฟเอสเพรสโซ่ล้วนๆ

ดมไปเที่ยวอิตาลีกับแม่มาในระหว่างท่องเที่ยวไปก็ศึกษาทบทวนเรียนรู้ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับการดื่มกาแฟเอสเพรสโซ่ของอิตาลีซึ่งเป็นต้นกำเนิดวัฒนธรรมการดื่มเอสเพรสโซ่ดั้งเดิมและการชงในแบบนี้เองที่เรานำมาปรับปรุงปรับแต่งหรืออะไรก็แล้วแต่จนมาเป็นเมนูในร้านกาแฟบ้านเรา แต่ในวันนี้จะขอพูดถึงสิ่งที่ดมเอาฝากซึ่งคงหนีไม่พ้นกาแฟเอสเพรสโซ่ขนานแท้สไตล์อิตาเลี่ยนไม่ใช่แบบไทยประยุกต์เพื่อทำการ cupping หาคาร์แรคเตอร์ในแบบฉบับของอิตาลีแท้ๆ ซึ่งผมค่อนข้างตื่นเต้นสนใจพอสมควรเพราะระหว่างอยู่ที่อิตาลี่ดม Line มาคุยโดยการส่งรูปกาแฟมาให้ดูตอนเข้าร้านกาแฟในอิตาลี ซึ่งรูปที่ส่งมาเป็นกาแฟเอสเพรสโซ่ล้วนๆ

_MG_9292

  _MG_9294เอสเพรสโซอิตาลีจะเสริพพร้อมน้ำตาลโรยด้านบนครีม่า ตักครีม่าทานประหนึ่งว่าเป็น topping

ดมบอกว่าคนอิตาลีมีวัฒนธรรมการดื่มกาแฟเป็นเอสเพรสโซ่เกือบหมดมีเมนูอื่นน้อยมาก เรามาว่ากันที่กาแฟคั่วเอสเพรสโซ่ที่ดมเอากลับมามี 4 ตัวดมบอกเข้าหลายร้านแต่บางร้านไม่ได้ขายเมล็ดต่างหาก

_MG_9311

_MG_8141

มีกาแฟ illy ,PARANA’ LIMONORO สำหรับกาแฟ illy คงเห็นกันทั่วไปในบ้านเราและผมเองก็ชอบเป็นการส่วนตัว LIMONORO ซื้อมาสองเบลนด์ ว่าแล้วก็เริ่มชั่งกาแฟเพื่อ cupping นำมาเรียงกัน 5 ตัวเป็นอิตาลี่ 4 และตัวสำคัญอีกตัวหนึ่งคือ RAINBOW RUNNER ซึ่งเป็นเอสเพรสโซ่เบลนด์กาแฟนอกทั้งหมดของมิสเตอร์ลีเองเพื่อเปรียบเทียบเรื่องกลิ่นรส_MG_9302

_MG_9299แพ็คเกจจิ้งของกาแฟPARANAดูเก๋ดี กล่องคล้ายๆกล่องขนมอบกรอบกับบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปบ้านเรา

ที่ที่เราสังเกตได้ชัดเจนตรงตามคำบอกจากดมตอนLineจากที่นั้น เอสเพรสโซ่ของอิตาลีไม่ค่อยมี aroma หรือกลิ่นฟุ้งของกาแฟไม่มีแต่ต้องยกเว้น illy เพราะกาแฟของ illy เป็นอราบิก้าล้วนแถมคั่วอ่อนๆอีกต่างหากกลิ่นค่อนข้างดีที่สำคัญ acidity สูงกว่าเพื่อนๆทั้ง 5 ตัว

_MG_9316กาแฟชิมก่อนจึงเปิดดูว่าคืออะไรขวาสุดในภาพ  ILLY,CAPRI,CARUSO,RAINBOW RUNNER,PARANA

ขอเริ่มจาก illyเลย กาแฟหอมผลไม้ดอกไม้นิ่มนวล acidity สูงแต่ทานได้สะอาดสมูทแต่บอดี้ค่อนข้างบาง มาถึงตัวที่ 2 LIMONARO CAPRI กาแฟรสค่อนข้างแน่นช็อคถั่ว acidity ไม่มี กลิ่นก็ไม่ค่อยมีช่วงกลางไม่ค่อยสมูทแต่ไม่มีกลิ่นไหม้ ตัวที่ 3 LIMONARO CARUSO กลิ่นกาฟไม่ค่อยมีหรืออาจพูดได้ทำนองไม่มี aroma พอ cupping เข้าไปกาแฟออกรสเป็นช็อคถั่วอ่อนๆบอดี้แน่นมากๆแถมสมูทมาก จะบอกว่าไม่มี acidity ก็ไม่ใช่จะว่ามีก็ไม่เชิงเป็นแบบแฝงนานๆจะได้ชิมกาแฟที่ออกรสเต็มๆแน่นๆสักทีแถมมีมิติเล็กๆที่ดีด้วย มาถึงตัวที่ 4 aroma กลิ่นดาร์กช็อคถั่วอ่อน กลิ่นฟุ้งๆ ชิมลงไปเป็นช็อคสวีทออกรสช่วงยาว acidity นิดหน่อยเกือบไม่มีแต่ aftertaste กาแฟยังกรุ่นอยู่ในลำคอบอดี้ดีแต่หากเทียบกับ Caruso นับว่ายังห่างพอสมควร ตัวนี้ก็คือ RAINBOW RUNNER_MG_9320

ตัวสุดท้าย cupping ลงไปออกจะคล้ายๆกาแฟแบบไทยค่อนข้างมากเพราะกลิ่นรสที่สัมผัสได้ค่อนข้างใกล้เคียงของไทยที่เคยกินเคยลิ้มรส มีกลิ่นรสของกาแฟโรบัสต้าค่อนข้างชัดเจน จนผมนึกไปว่าเป็นกาแฟโรบัสต้าล้วนๆที่สำคัญคั่วเข้มจนมีกลิ่นไหม้พอสมควรแถมมีกลิ่นเก่าหืนเล็กน้อยพอมาดูที่เมล็ดกาแฟจึงพอเดาออก กาแฟคั่วเข้มน้ำมันค่อนข้างมาก ซึ่งตรงนี้หากการจัดเก็บไม่ดีหรือการใช้ไม่เร็วพอกาแฟจะเก่าหืนเร็วมาก ที่อิตาลีส่วนใหญ่กาแฟจะเบลนด์ด้วยโรบัสต้าประมาณ 30%แต่โรบัสต้าที่นี่ออกรสจะไม่มีกลิ่นฟางๆกระด้างมากนักจนเหมือนกับไม่มี ดมถามมาร้านหนึ่งว่าใช้โรบัสต้าอะไรคำตอบคือโรบัสต้าประเทศคองโก วันนี้พอแค่นี้ก่อนเดี๋ยวจะเอารูป เอสเพรสโซ่กับร้านในอิตาลีมาฝาก

เมล็ดกาแฟคั่วเทพประทาน

เมล็ดกาแฟที่เราเห็นกันทั่วไปทั้งกาแฟไทยและกาแฟนอกในบางครั้งเมื่อนำมาชงเป็นกาแฟร้อนหรือแม้กระทั้ง cupping กลิ่นรสดีมากหอมนุ่มนวลทานสบาย แต่เมื่อนำไปชงเป็นกาแฟเย็นกลับไม่สามารถออกรสกาแฟได้ดีหรือบางท่านกล่าวว่ากาแฟไม่ทะลุนม ดังนั้นวิธีการแก้ที่ง่ายที่สุดคือคั่วให้เข้มขึ้นแต่มันมีผลข้างเคียงคือมีกลิ่นควันและขมไหม้ ในกาแฟเย็นรสขมไหม้อาจจะทะลุนมออกมาได้แต่ปัญหาอื่นก็ตามมาคือในกาแฟร้อนรสจะขมไหม้ที่สำคัญบอดี้กาแฟจะไม่ค่อยมี อาจแก้ด้วยวิธีใส่กาแฟโรบัสต้าลงไปเพื่อเพิ่มบอดี้ให้กาแฟซึ่งเหมาะมากทั้งในแง่บอดี้และต้นทุนแต่ความหอมละมุนจะลดลงรสชาติจะกระด้างขึ้นตามสัดส่วนที่ใช้ ที่สำคัญการหากาแฟโรบัสต้าที่ process มาดีๆนั้นหายากเต็มทีกาแฟเทพประทานเป็นกาแฟ espresso blend ที่มิสเตอร์ลีตั้งใจพัฒนาขึ้นมาเพื่อเน้นไปชงกาแฟเย็นขนาดแก้ว 16 ออนซ์  ส่วนกาแฟร้อนสามารถทำได้ด้วยการใช้กาแฟช็อตเดียวโดยเลือกเมล็ดกาแฟอาราบิก้าไทยเฉพาะแหล่งที่มีคุณสมบัติในแบบที่ต้องการเพื่อให้ได้ blend กาแฟที่ได้มีรสเข้มดาร์กช็อกโกแลตและบอดี้ที่ดี ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการออกรสในกาแฟเย็นแทนรสขมจากกาแฟที่ไหม้และกลิ่นฟุ้งจากควัน ซึ่งกาแฟเทพประทานจะออกรสของกาแฟล้วนๆและสามารถแสดงรสชาติไปตลอดช่วงการออกรส หากจะสังเกตว่ากาแฟใดมีบอดี้ในกาแฟเย็นลองทานกาแฟเย็นสักครึ่งแก้วแล้วปล่อยน้ำแข็งละลายลองชิมดูหากกาแฟมีบอดี้จริงจะตรึงรสกาแฟอยู่ในส่วนผสมทั้งหลายหากเป็นกาแฟเข้มแต่ไหม้จะมีรสขมติดคอแต่รสกาแฟจะลอยๆออกรสหวานกับรสนม ดั้งนั้นหากว่าร้านกาแฟใดที่เน้นกาแฟเย็นเป็นหลัก กาแฟคั่วเทพประทาน ถูกออกแบบมาโดยเฉพาะรวมไปถึงกาแฟร้อนที่ใส่นมหรือคอฟฟี่เมต

Agtron 45-50 Medium Dark เมื่อเทียบเป็น commom name จะตรงกับ Full-City,Light French,Espresso
กลิ่นรส กาแฟจะมีกลิ่นรสของดาร์กช็อกโกแลตถั่วอ่อนๆและบอดี้ที่ดี ช่วงการออกรสที่ยาว ซึ่งจำเป็นสำหรับกาแฟเย็นที่ต้องการรสกาแฟและบอดี้เพื่อเน้นการออกรส และกาแฟร้อนที่ใส่นมหรือคอฟฟี่เมต

ราคาจำหน่ายเมล็ดกาแฟคั่ว เทพประทาน

ราคากิโลกรัมละ 470 บาท
สั่ง 5 กิโลกรัมขึ้นไป 460 บาท ไม่รวมค่าขนส่ง
สั่ง 10 กิโลกรัมขึ้นไป 450 บาท ไม่รวมค่าขนส่ง

สอบถามเพิ่มเติมที่ 081 873-3288

 

เมืองแพร่ แห่ระเบิด ( Bomb March Story )

ได้ โอกาสเยือน อ.ลอง จ.แพร่ นั่งร้านกาแฟชื่อเก๋  กาแฟแห่ระเบิด งง? และที่นั่นเองมีเรื่องราวน่าสนใจมากเกี่ยวกับประวัติศาสตร์สมัยสงครามโลก ครั้งที่ 2 รวมถึงขบวนการเสรีไทย และยังเป็นที่มาของคำว่า “เมืองแพร่ แห่ระเบิด” มีภาพและเอกสารทางวิชาการประกอบด้วย

IMG_4729

IMG_4731

IMG_4730บรรยากาศภายในร้าน เช้าไปหน่อย

IMG_4733

IMG_4734พระเทพฯ เสด็จเมืองลอง

IMG_4740เพื่อนร่วมทริปเป็นแบบให้ถ้าไม่มีเหงาตาย

IMG_4747ภายในร้านมีภาพประวัติศาสตร์และเอกสารทางวิชาการที่เจ้าของร้านตามสืบเสาะหามา

IMG_4749เข้า ตัว อ.ลอง ตอนซัก 9โมงเช้านิดๆ นั่งจิบกาแฟชมบรรยากาศในร้าน พอดีเจ้าของร้านมาได้มีโอกาสพูดคุยคุณต้อมเจ้าของร้าน (สถาปัต ลาดกระบัง ว้าว) คุณเปิ้ลเพื่อนร่วมทางแอบ กดให้หนึ่งรูป ขอบคุณครับ

IMG_4745อีกมุมศิลป์

คุยกับคุณต้อมว่าที่นี่มีที่ไหนน่าไปเดินเล่นและเป็นประวัติศาสตร์ คำตอบที่ได้คือ สถานีรถไฟบ้านปิน พูดถึงสถานีรถไฟจำได้ว่าตอนเด็กๆแม่ผมจะไปกรุงเทพโดยทางรถไฟจะกระเตงลูก 2-3คนขึ้นรถไฟผมทบทวนความทรงจำแล้วยังรู้สึกกับรถไฟในหลายๆมุม อีกทั้งหากจำประวัติศาสตร์ไม่คลาดเคลื่อนรถไฟขบวนแรกกำเนิดในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ฯ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นพระมหากษัตริย์สยาม รัชกาลที่ 5 แห่งราชวงศ์จักรี และที่สำคัญรถไฟขบวนแรกเริ่มออกสตารท์พร้อมๆกับประเทศญี่ปุ่น แต่เหตุใดรถไฟไทยยัง?

IMG_4761

IMG_4760

IMG_4762หากมองให้ดี สถานีรถไฟบ้านปินยังคงมีเอกลักษณ์และสถาปัตยกรรมการก่อสร้างในยุคนั้นไว้อย่างน่าสนใจเลยทีเดียว ชายชลาที่เงียบสงบพร้อมกับการรอคอยเสียงวูดรถไป

IMG_4764

IMG_4765

IMG_4766สิ่งหนึ่งที่สำคัญมากและไม่สามารถพบเห็นได้ในสถานที่ทั่วไปจะพบเห็นได้เฉพาะที่วัดและเป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์ของสถานีรถไฟก็คือ ระฆัง

IMG_4759อุปกรณ์ชิ้นนี้เห็นทั่วไปตามสถานีรถไฟแต่ผมไม่ทราบว่าคือะไร

IMG_4767ซุ้มประตูหน้าต่างบานประตูก็บ่งบอกถึงความมีเอกลัษณ์

IMG_4774

IMG_4768
ด้านหลังอาคารของสถานีรถไฟบ้านปิน เรียบร้อยสวยงาม

หากจะกล่าวว่าความสวยงามแล้วแต่รสนิยมอันนี้ก็น่าจะจริงแต่ บางสิ่งที่ผ่านการทดสอบของการเวลามานานมีความหมายในตัวเองในบางครั้งไม่สามารถจับต้องได้หรือมองเห็นด้วยตาแต่สัมผัสตรงที่ใจและความรู้สึกเช่น ความรัก ความไว้ใจ ความพยายามมุ่งมั่น การเสียสละ อะไรต่างเหล่านี้ หากเราไม่มีเสียแล้วจะเกิดอะไรขึ้นกับเรา?

IMG_4771

ลากันด้วยภาพต้นไม้ใหญ่ที่ยืนตระง่านผ่านการเวลามานานโดยไม่เรียกร้องอะไรจากใคร หากท่านใดไปเที่ยวแพร่และมีโอกาศมาที่ลอง จะได้เห็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวจริงๆทั้งประวัติศาสตร์วัฒนธรรม ผู้คนโดนเฉพาะสำเนียงการพูดที่เรามักจะคิดว่าทางเหนือจะพูดหวานๆน่าฟัง แต่ที่นี่ไม่เหมือนใครลองถามคนเมืองลองคูซิครับ

กาแฟ TBS Blend อีกครั้งหนึ่ง

ผมเคยเขียนถึงกาแฟตัวหนึ่งที่ถือกำเนิดมาได้ซักระยะแล้วและผลตอบรับของลูกค้าค่อนข้างน่าพอใจซึ่งเราทดลองปรับปรุงโดยเฉพาะการหากาแฟที่เหมาะสมและสมบูรณ์ใส่ลงไปในเบลนด์ กาแฟตัวที่ว่านั่นคือ TBS Blend ซึ่งใช้กาแฟอราบิก้าไทย,กาแฟอราบิก้านอก กลิ่นรส: ช็อคโกแลต บอดี้กลาง-มาก หากจะถามว่ากาแฟTBSมีอะไรที่ต่างจากกาแฟไทยทั่วไป ทุกท่านคงทราบว่ากาแฟอราบิก้าไทยโดยส่วนใหญ่เป็นคาติมอร์จะให้ ช็อคโกแลต,ถั่วอ่อน,ผลไม้ดอกไม้(ไม่คั่วจนเข้ม) ที่สำคัญคือบอดี้จะไม่ค่อยมีน้ำหนักเท่าไหร่กาแฟไทย-กาแฟนอก เมล็ดกาแฟคั่ว TBS Blend ตัวจริงเสียงจริง
ซึ่งจากความจริงตรงนี้เราจึงมองหากาแฟต่างประเทศที่สามารถเพิ่มกลิ่นรสที่เป็นสากลเข้าไปโดยพิจารณาว่าหากใส่เข้าไปแล้วส่งผลให้กาแฟมีคาร์แรคเตอร์ที่ดีขึ้น เราทดลองใส่กาแฟนอกหลายชนิดลงไปแล้วคั่วทดลองเพื่อค้นหาบุคลิกที่ดีและกาแฟที่เหมาะสมลงใน TBS Blendกาแฟไทย-กาแฟนอก2
แล้วก็ได้ 4 ผู้คุ้มกฏมา กาแฟอราบิก้าไทย,อราบิก้านอกกาแฟไทย-กาแฟนอก5จากนั้นก็ cupping หาความเหมาะสมในแง่กลิ่นรส พิจารณาในหลายแง่มุมทั้งทางทฤษฎีเกี่ยวกับการเบลนด์และคุณสมบัติของกาแฟแต่ละตัวรวมถึงการคั่วทดลองจริง ยิงช็อตเป็นespresso เพื่อทำกาแฟร้อนและกาแฟเย็น เราเคยทดลองเบลนด์กาแฟที่เรามั่นใจว่าดีมากๆทั้งในแง่กลิ่นรสแต่พอ cupping ลงไปกับรู้สึกว่าไม่มีอะไรน่าสนใจหรือพูดง่ายๆกาแฟไม่เสริมไม่แต่งให้กาแฟดี ขึ้น อาจเป็นเพราะเป็นกาแฟในหมวด(category)ที่ให้กลิ่นรสคล้ายๆกัน แต่กับเจ้ากาแฟ TBS Blend ยังสามารถให้บุคลิกที่ดีออกรสดีบอดี้เต็มช่วงการออกรสยาว กาแฟเย็น มิสเตอร์ลี กาแฟเย็น TBS Blend เอสเพรสโซ&อเมริกาโนกาแฟอเมริกาโนร้อน& กาแฟ espresso ครีม่าเป็น Tiger skin ตามตำราเป๊ะ
กาแฟคั่ว TBS Blend กาแฟ TBS Blend ที่เป็นนายแบบของเรา
เวลา cupping กาแฟ TBS Blend เราจะพบว่ากาแฟออกรสช็อคโกแลตเต็ม,ยาวและมีบอดี้กลาง-มากซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นมากสำหรับการนำไปทำเป็นกาแฟเย็นที่ต้องการรสกาแฟจริงๆโดยไม่มีกลิ่นควันและขมไหม้ หากเป็นระดับการคั่วกลาง (2nd crack) ทำเป็นกาแฟร้อนจัดว่าเป็นกาแฟที่ให้กลิ่นรสสัมผัสที่ดีพอสมควรดื่มง่ายทานได้ทั้งวัน

ราคาจำหน่ายเมล็ดกาแฟคั่ว TBS Blend

ราคากิโลกรัมละ 600 บาท

สอบถามเพิ่มเติมที่ 081 873-3288