ทุกวันนี้เราจะเห็นการค้ารูปแบบใหม่ๆเกิดขึ้นมากมายที่มาพร้อมเทคโนโลยีที่เปลี่ยนผ่านยุคสมัยแบบหน้ามือเป็นหลังมือเลย รวมไปถึงธุรกิจร้านอาหารร้านกาแฟร้านไอศครีมก็เกิดขึ้นมากมายโดยเฉพาะในต่างจังหวัดที่เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ดมเริ่มคิดว่าเราจะดำรงอยู่ได้ในกระแสแห่งการเปลี่ยนแปลงนี้และรูปแบบธุรกิจที่เปลี่ยนไปมากแบบนี้ได้อย่างไร การซื้อมาขายไปแบบเดิมๆซึ่งอาศัยความคุ้นเคย, เงินทุน, เส้นสาย และอื่นๆจะค่อยๆลดความสำคัญลงในระยะยาว คำตอบที่ดมและผมเห็นตรงกันก็คือเราจะต้องมี “ทักษะความรู้ความชำนาญเฉพาะด้าน” เมื่อราวปี 2545 ดมเริ่มมองหาอะไรซักอย่างที่ทำยากๆและต้องอาศัยความรู้ที่เป็นวิทยาศาสตร์มากหน่อยเพราะตระกูล ลี เราไม่เก่งด้านศิลปศาสตร์เท่าใดนัก และแล้วมิสเตอร์ลีก็เริ่มออกเดินทางจากการทำไอศครีมโฮมเมดและทำมามากกว่า10ปีแล้ว

หลักการสำคัญของการทำไอศครีม, ทำกาแฟ, ทำอาหารให้ดีง่ายๆก็คือการเลือกเฟ้นวัตถุดิบตั้งต้นที่ดีและการเข้าใจคุณสมบัติของวัตถุดิบแต่ละตัวนั้นอย่างละเอียดซึ่งสำคัญมากและการทำไอศครีมยังมีเรื่องเกี่ยวกับพวกตัวที่ให้ความคงตัว (Stabilizer) และ ตัวที่เป็น Emulsifier ตามธรรมชาติ สิ่งเหล่านี้เป็นองค์ประกอบพื้นฐานในการทำไอศครีม
ไอศครีมบางตัวทำยากมากต้องทดลองกันนานเป็นเดือนๆเลยถึงแม้นว่าเราจะมีประสบการณ์มาพอสมควร แต่เราอย่าลืมไปว่าวัตถุดิบแต่ละตัวมีความแตกต่างกันมากเราต้องค่อยทดลองไปทีละขั้นจนมั่นใจว่าได้รสชาติที่ดีและอร่อย เช่นไอศครีม มะพร้าวน้ำหอม, มะขาม, มะตูม, ลิ้นจี่, บลูเบอรี, มัคคาเดเมีย, รัมเรซิล, ข้าวเหนียวดำ เป็นต้น รวมแล้วน่าจะเกือบๆ 40 รสชาติ
มีหลายท่านถามว่ามิสเตอร์ลีเป็นแฟรนไชส์เกาหลีหรือเปล่าหรือซื้อมาจากที่ไหนเราก็ตอบไปว่าครอบครัวเราเป็นคนขอนแก่นโดยกำเนิดคนอิสานแท้ๆ หากจะตอบก็คงตอบว่ามิสเตอร์ลีมาจากขอนแก่นครับผม (พูดภาษาอิสานก็ได้) การเริ่มต้นจากการทำไอศครีมโฮมเมดทำให้ทักษะดังกล่าวส่งผลมาถึงการทำกาแฟในแบบมิสเตอร์ลีด้วย
เมื่อไม่นานมานี้มีโอกาสพูดคุยกับท่านหนึ่งว่า “ไอติมมะตูมพี่ทำไงถึงขับรสกับกลิ่นออกมาได้แบบนี้, มะพร้าวน้ำหอมนี่หอมมากอร่อยมาก ผมชอบกินไอติมมากชิมมาแล้วทั่วฟ้าเมืองไทยของพี่นี่อร่อยเลย” ผมบอกว่าไอศครีมแบบมิสเตอร์ลีทานตัวไหนเป็นตัวนั้นไม่ต้องแปล ไม่ต้องอธิบายรสมากความเช่นกินมะขามก็มะขาม, มะตูมก็มะตูมเลย, กระเจี๊ยบก็กระเจี๊ยบเลย, มะพร้าวก็มะพร้าวเลย หากมีโอกาสมาขอนแก่นลองแวะทานดูนะครับและยังมีกาแฟดีๆไว้รับรองด้วย ทั้งกาแฟเย็นโดยใช้เมล็ดกาแฟคั่ว RAINBOW RUNNER และ กาแฟร้อนที่ใช้เมล็ดกาแฟคั่ว BLACK BERRY เอาเป็นว่าถ้าท่านทานกาแฟเย็นแล้วไม่อร่อยไม่ต้องจ่ายตังค์ครับ ลืมบอกไปผู้ที่ชิมไอศครีมวันนั้นขออนุญาตเอ่ยนามนิดนึงคือ “พี่ตี๋อ้วน”















เมล็ดกาแฟเทพประทานอราบิก้าไทยถูกออกแบบมาทำกาแฟเย็นและกาแฟร้อนที่รสเข้มกลิ่นหอม
กาแฟเทพประทานคัดเลือกกาแฟสารเฉพาะอย่างเพื่อให้ได้กาแฟที่มีคุณลักษณะตามต้องการ
เมล็ดกาแฟคั่วเทพประทานที่คั่วด้วยความแม่นยำบวกกับการประเมินกลิ่นรสผ่านการ cupping
เมล็ดกาแฟคั่วเทพประทานให้ความสมดุลทั้งในแง่รสและกลิ่นได้อย่างลงตัวทีเดียว
กาแฟสารแบบ wet process
กาแฟสารแบบ dry process
กาแฟสาร pulped natural process, honey process, semi-washed process
เริ่มที่กาแฟ wet process (ซ้ายมือ) เมล็ดกาแฟสารสีเขียวมี silver skin สีขาวเส้นกลางของเมล็ดจะเป็นสีขาว มาถึง dry process (ขวามือ) เมล็ดกาแฟสารสีเขียวอมน้ำตาลและบางเมล็ดมี silver skin เคลือบคาราเมลติดอยู่หากสังเกตให้ดีจะเห็นเส้นกลางของเมล็ดเป็นสีน้ำตาลอมเหลือง
พอเป็นกาแฟคั่วแล้วสีเหมือนกันหรือแตกต่างกันไปดูกันเลยเริ่มที่ wet process (ซ้ายมือ) เมล็ดกาแฟคั่วจะเป็นสีน้ำตาลออกไปทางน้ำตาลอมแดงเลือดหมูเลือดนกประมาณนั้นเส้นกลางยังคงเป็นสีขาวอาจอมน้ำตาลบ้างแล้วแต่ระดับการคั่ว ส่วน dry process (ขวามือ) เมล็ดกาแฟคั่วจะเป็นสีน้ำตาลออกไปทางน้ำตาลอ่อนไปเข้มเส้นกลางจะเป็นสีน้ำตาลกลืนไปกับเมล็ด
เมล็ดกาแฟคั่ว BRAZIL POCOS dry process







ดอยช้างนอกจากเป็นแหล่งปลูกกาแฟที่ใหญ่ที่สุดในเชียงรายยังมีทิวทัศน์ที่สวยงาม
กาแฟสารพีเบอรี่ดอยช้าง “กาแฟเมล็ดโทน”
เมล็ดกาแฟสารดอยช้างพีเบอรี่ & เมล็ดกาแฟคั่วดอยช้างพีเบอร๊่
จากกาแฟสารเปลี่ยนผ่านมาเป็นกาแฟคั่ว
กาแฟดอยช้างพีเบอรี่ที่คั่วต่างระดับเพื่อค้นหาตำแหน่งที่กาแฟสามารถให้กลิ่นและรสที่ดี โดยอีกถ้วยเป็นกาแฟเบญจมาศซึ่งเป็นเบลนด์กาแฟที่มิสเตอร์ลีจัดให้อยู่หัวแถวเท่าที่ชิมกาแฟไทยมา
















